โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ภารกิจฝนหลวง

ที่ตั้งโครงการ

ท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศ เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
10210

เริ่มโครงการเมื่อ

เว็บไซต์ของโครงการ

http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/rtaf-rain.htm

โดย

ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงกองทัพอากาศ
ที่อยู่ : ท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210

วัตถุประสงค์

ฝนหลวงเป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องคิดค้นทดลองและวิธีการที่จะทำให้เกิดฝนตก ซึ่งนอกเหนือจากการเกิดฝนตามธรรมชาติ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณของฝนและเพื่อให้เกิดการกระจายการตกของฝน และเพื่อเป็นการสนองพระราชดำริในเรื่องนี้ กองทัพอากาศจึงได้จัดเครื่องบินพร้อมเจ้าหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติฝนหลวง ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้องขอเพื่อช่วยเหลือประชาชนและพื้นที่การเกษตรที่ประสบภาวะความแห้งแล้ง รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการเกิดวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำในเขื่อนที่สำคัญๆ ของประเทศ เป็นประจำทุกปีเรื่อยมา โดยได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงกองทัพอากาศขึ้น เพื่อวางแผนอำนวยการควบคุมกำกับการและประสานงานกับหน่วยเกี่ยวข้องเพื่อให้การปฏิบัติการฝนหลวงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อโครงการพระราชดำริด้วยความต่อเนื่องและรวดเร็ว

ความเป็นมา

โครงการพระราชดำริฝนหลวง เป็นโครงการที่ก่อกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดาร ที่ต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภค และเกษตรกรรม อันเนื่องมาจากภาวะแห้งแล้งซึ่งมีสาเหตุมาจาก ความผันแปร และคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติ กล่าวคือ ฤดูฝนเริ่มต้นล่าเกินไป หรือหมดเร็วกว่าปกติหรือฝนทิ้งช่วงยาวในช่วงฤดูฝน จากพระราชกรณียกิจ ในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกร ในทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอนับแต่เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ จนตราบเท่าทุกวันนี้ ทรงพบเห็นว่าภาวะแห้งแล้ง ได้ทวีความถี่ และมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงยิ่งขึ้นตามลำดับ เพราะนอกจากความผันแปร และคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติแล้ว การตัดไม้ทำลายป่า ยังเป็นสาเหตุให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎร ในทุกภาคของประเทศ ทำความเสียหายแก่เศรษฐกิจโดยรวมของชาติเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี ตามเส้นทางที่เคยเสด็จพระราชดำเนิน ทั้งภาคพื้นดิน ทางอากาศยานดังกล่าว ทรงสังเกตเห็นว่ามีเมฆปริมาณมากปกคลุมท้องฟ้า แต่ไม่สามารถก่อรวมตัวกัน จนเกิดเป็นฝนได้ เป็นเหตุให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงระยะยาวทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงฤดูฝน ทรงคิดคำนึงว่า น่าจะมีมาตรการทางวิทยาศาสตร์ ที่จะช่วยให้เมฆเหล่านั้นก่อรวมตัวกันจนเกิดเป็นฝนได้ ทรงเชื่อมั่นว่า ด้วยลักษณะของกาลอากาศ ภูมิอากาศ และภูมิประเทศของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเขตร้อน และอยู่ในอิทธิพลของฤดูมรสุมของทวีปเอเชีย โดยเฉพาะฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็นฤดูฝน และเป็นฤดูเพาะปลูกประจำปีของประเทศไทย จะสามารถดัดแปรสภาพอากาศ ให้เกิดเป็นฝนตกได้ อย่างแน่นอน ตามที่ทรงเล่าไว้ใน RAINMAKING STORY จาก พ.ศ. 2498 เป็นต้นมา ทรงศึกษาค้นคว้า และวิจัยทางเอกสาร ทั้งด้านวิชาการอุตุนิยมวิทยา และการดัดแปรสภาพอากาศ ซึ่งทรงรอบรู้ และเชี่ยวชาญ เป็นที่ยอมรับทั้งใน และต่างประเทศ จนทรงมั่นพระทัย จึงพระราชทานแนวคิดนี้แก่ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยประดิษฐ์ทางด้านเกษตรวิศวกรรม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขณะนั้น ในปีถัดมา และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หาลู่ทางที่จะทำให้เกิดการทดลองปฏิบัติการในท้องฟ้าให้เป็นไปได้
การทดลองในท้องฟ้าเป็นครั้งแรก จนถึงปี พ.ศ.2512กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดตั้งหน่วยบิน ปราบศัตรูพืชกรมการข้าว และพร้อมที่จะให้การสนับสนุน ในการสนองพระราชประสงค์ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล จึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบว่า พร้อมที่จะดำเนินการ ตามพระราชประสงค์แล้ว ดังนั้นในปีเดียวกันนั้นเอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำการทดลองปฏิบัติการจริงในท้องฟ้าเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2512 โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งให้ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล เป็นผู้อำนวยการโครงการ และหัวหน้าคณะปฏิบัติการทดลอง เป็นคนแรก และเลือกพื้นที่วนอุทยานเขาใหญ่เป็นพื้นที่ทดลองเป็นแห่งแรก โดยทดลองหยอดก้อนน้ำแข็งแห้ง (dry ice หรือ solid carbondioxide) ขนาดไม่เกิน 1 ลูกบาศก์นิ้ว เข้าไปในยอดเมฆสูงไม่เกิน 10,000 ฟุต ที่ลอยกระจัดกระจายอยู่เหนือพื้นที่ทดลองในขณะนั้น ทำให้กลุ่มเมฆ ทดลองเหล่านั้น มีการเปลี่ยนแปลงทางฟิสิกส์ของเมฆอย่าง
เห็นได้ชัดเจน เกิดการกลั่นรวมตัวกันหนาแน่น และก่อยอดสูงขึ้นเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ ในเวลาอันรวดเร็วแล้วเคลื่อนตัวตามทิศทางลม พ้นไปจากสายตา ไม่สามารถสังเกตได้ เนื่องจากยอดเขาบัง แต่จากการติดตามผลโดยการสำรวจทางภาคพื้นดิน และได้รับรายงานยืนยันด้วยวาจาจากราษฎรว่า เกิดฝนตกลงสู่พื้นที่ทดลองวนอุทยานเขาใหญ่ในที่สุด นับเป็นนิมิตหมายบ่งชี้ให้เห็นว่า การบังคับเมฆให้เกิดฝนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้

รายละเอียดโครงการ

ในรอบปีที่ผ่านมากองทัพอากาศได้จัดเครื่องบินพร้อมเจ้าหน้าที่ เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงโดยมีฐานปฏิบัติการหลักตามภูมิภาคต่างๆ เช่น ภาคเหนือตั้งฐานปฏิบัติการที่ กองบิน 41ฯ จังหวัดเชียงใหม่ ปฏิบัติการทำฝนหลวงในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือทั้งหมด , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งฐานปฏิบัติการที่ กองบิน 1ฯ จังหวัดนครราชสีมา ปฏิบัติการแถบภาคอีสาน สำหรับภาคกลางได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่ กองบิน 2ฯ จังหวัดลพบุรี และที่กองบิน 4ฯ จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและแหล่งน้ำในเขตลุ่มเจ้าพระยา อาทิ นครสวรรค์ , ชัยนาท , ลพบุรี , อ่างทอง ฯลฯ นอกจากนี้แล้ว กองทัพอากาศยังสามารถเคลื่อนย้ายเครื่องบินไปปฏิบัติการฝนหลวงตามสนามบินต่างๆ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร้องขออีกด้วย
ในด้านการปฏิบัติภารกิจฝนหลวงในปี 2545 นั้น กองทัพอากาศจะทำการเปิดศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงกองทัพอากาศในวันจันทร์ที่ 1 เมษายน 2545 ณ ท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศ โดยจะปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง วันที่ 20 ตุลาคม 2545 ใช้เครื่องบิน ๑๖ เครื่อง ประกอบด้วย
เครื่องบินลำเลียงแบบ 2 ก. บ.ล.2 ก. ( BT-67 ) จำนวน 4 เครื่อง
เครื่องบินลำเลียงแบบ 9 บ.ล.9 ( NOMAD ) จำนวน 6 เครื่อง
เครื่องบินโจมตีธุรการ แบบ 2 บ.จธ.2 ( AU-23 ) จำนวน 6 เครื่อง
เพื่อไปประจำอยู่ที่ฐานปฏิบัติการฝนหลวงต่างๆ ทั่วประเทศ

รายละเอียดของเครื่องบินที่ใช้ในภารกิจฝนหลวง
สำหรับเครื่องบินที่กองทัพอากาศได้ใช้ในภารกิจฝนหลวง ประกอบด้วยเครื่องบินโจมตีธุรการ แบบ 2 หรือ บ.จธ.2 ( AU-23 ) สามารถบรรทุกสารเคมีได้เที่ยวละ 500 กิโลกรัม , เครื่องบินลำเลียง แบบ 9 หรือ บ.ล.9 ( NOMAD ) เป็นเครื่องบินลำเลียงขนาดเล็กบรรทุกสารเคมีได้เที่ยวละ 500 กิโลกรัม เช่นกัน สำหรับเครื่องบินทั้ง 2 ชนิดนี้ นอกจากปฏิบัติภารกิจฝนหลวงแล้ว ยังสามารถนำมาติดกล้องถ่ายภาพทางอากาศ เพื่อผลิตภาพถ่ายทางอากาศสนับสนุนโครงการในพระราชดำริอื่นๆ เช่น โครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้แล้วเครื่องบินแบบล่าสุดที่กองทัพอากาศนำมาใช้สนับสนุนภารกิจฝนหลวงคือ เครื่องบินลำเลียงแบบ 2 ก. หรือ บ.ล.2 ก. ( BT-67 ) ซึ่งเป็นเครื่องบินลำเลียงแบบ 2 หรือ บ.ล.2 ( C-47 ) ที่ปลดประจำการไปแล้ว นำมาปรับปรุงสภาพ จำนวน 6 เครื่อง เพื่อจัดทำเป็นโครงการเครื่องบินปฏิบัติการฝนหลวงถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสที่เสด็จเถลิงถวัลย์สิริราชสมบัติครบ 50 ปี เครื่องบินชนิดนี้สามารถบรรทุกสารเคมีได้เที่ยวละ 3,000 กิโลกรัม และนอกจากใช้ในภารกิจฝนหลวงแล้ว กองทัพอากาศยังได้ดัดแปลงติดตั้งอุปกรณ์ เพื่อใช้ในภารกิจดับไฟป่าอีกด้วย

กรมแผนที่ทหาร ถนนกัลยาณไมตรี แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

Royal Thai Survey Department Kalayanamaitri Rd. Phra Borommaha Ratchawang Pranakron Bangkok Thailand 10200